Home > ความสัมพันธ์จีน-ไทย
การกระทำฝ่ายเดียวไม่เป็นที่ยอมรับ ความร่วมมือและชนะด้วยกันจึงเป็นลู่ทางที่ถูกต้อง
2019/06/26

ปัจจุบัน เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศปรากฏแนวโน้มชะลอตัวลงความไม่แน่นอนได้เพิ่มขึ้น ต้นเหตุสำคัญที่สุดของความเสี่ยงอยู่ที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯก่อสงครามการค้าขึ้นโดยฝ่ายเดียว เป็นภัยคุกคามอย่างรุนแรงต่อความรุ่งเรืองและความมั่นคงทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ในห้วงเวลาหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯได้เพิ่มภาษีศุลกากรขนาดใหญ่ต่อจีนสองครั้ง และกดขี่รังแกบริษัทจีนอย่างหัว เหว่ยโดยไม่มีเหตุผล นอกจากนี้ ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ของอินเดียถูกสหรัฐฯยกเลิกหมด สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าไทย11ชนิดที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯถูกยกเลิก เวียดนาม มาเลเชีย สิงคโปร์และอีกหลายประเทศถูกสหรัฐฯขึ้นชื่อในรายชื่อติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับพฤติกรรมเข้าข่ายบิดเบือนค่าเงิน ประเทศต่างๆในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากการส่งออกและการเติบโตทางเศษรฐกิจชะลอลง เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำฝ่ายเดียวและอนุรักษ์นิยม

เมื่อเผชิญกับความท้าทายจากสงครามการค้า สังคมโลกกำลังยืนอยู่ในสี่แยกอีกครั้ง จักสนับสนุนระบบพหุภาคีหรือเอาการกระทำฝ่ายเดียว จักส่งเสริมการค้าเสรีหรือเอาอนุรักษ์นิยม จักยึดมั่นในหลักการหรือยอมแพ้? คนที่มีวิสัยทัศน์อันยาวไกลนั้น ย่อมจะไม่กลัวเมฆบังตา เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า โลกาภิวัตน์และระบบพหุภาคียังเป็นกระแสแห่งยุคสมัยที่มิอาจพลิกกลับได้ การที่เลือกมองไปข้างหน้า เลือกร่วมมือและชนะด้วยกัน เลือกหารืออย่างเสมอภาค และเลือกดูแลข้อห่วงใยซึ่งกันและกันอย่างสมดล จึงจักสอดคล้องกับผลประโยชน์ของทุกฝ่ายและความคาดหวังของโลก นอกจากนี้ไม่มีทางอื่น

ฝ่ายจีนเห็นว่าสงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ ได้ยึดจุดยืนในการเจรจาอย่างเสมอภาค เอื้อประโยชน์ต่อกัน มีความน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะบรรลุข้อตกลงในลักษณะวิน-วินกับทางสหรัญฯ แต่เป็นที่น่าเสียดาย รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำผิดคำสัญญาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้การเจรจาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างจีน–สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆมากมาย อย่างนี้ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย สงครามการค้าไม่สามารถทำให้สหรัฐฯ ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ปัจจุบัน การเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหมด การเพิ่มภาษีศุลกากรต่อจีนเพิ่มภาระมากขึ้นให้ผู้บริโภคสหรัฐฯ เสียงคัดค้านเพิ่มภาษีศุลกากรในสหรัฐฯเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีสี จิงผิงได้รับสายคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ทรัมป์เสนอที่จะพบกับประธานาธิบดีสี จิงผิง อีกครั้งระหว่างการประชุมสุดยอด G20ที่เมืองโอซาก้า ซึ่งประธานาธิบดีสี จิงผิงก็เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ฝ่ายจีนหวังว่าทางสหรัฐฯ จะมุ่งหน้าไปในทางเดียวกับเรา เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยการหารืออย่างเสมอภาค

ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร จุดยืนพื้นฐานของจีนที่ไม่อยากมีสงครามการค้า และไม่กลัวสงครามการค้านั้นจะไม่เปลี่ยน ฝ่ายจีนพูดอย่างนี้ และทำอย่างนี้ด้วย เรามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในการรับมือกับความท้าทายและความเสี่ยงต่าง ๆ ปีนี้เป็นการครบรอบ 70 แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน 70 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนเปรียบเหมือนเรือยักษ์ลำหนึ่ง ได้ฟันฝ่าอุปสรรคการปิดล้อมทางเศรษฐกิจและคลื่นใหญ่ลมแรง ความก้าวหน้าไม่เคยหยุดยั้ง ทุกวานนี้ จีนได้เป็นตัวเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก การบริโภคและอุปโภคภายในประเทศได้แสดงบทบาทที่เป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศษรฐกิจมากยิ่งขั้นทุกวัน การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่อันดับที่ 2 ของโลก เศรษฐกิจจีนจักพัฒนาต่อไปในคุณภาพสูง เมื่อมองไปข้างหน้า ภายใต้การนำอย่างเข้มแข็งจากคณะกรรมการส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งมีประธานาธิบดีสี จิ้งผิงเป็นศูนย์กลาง ประชาชนจีนจะยึดมั่นในการผลักดันการปฏิรูปในเชิงลึกและขยายการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง ประเทศจีนที่มีความเข้มแข็ง หนักแน่น เปิดกว้างและชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นนั้น ย่อมจะสร้างคุณปการสำคัญยิ่งขึ้นให้กับการพัฒนาของโลกและความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างแน่นอน

การที่เศษรฐกิจเอเซียได้มีความเจริญก้าวหน้านั้น เป็นผลที่มาจากทุกๆประเทศในเอเซียยึดมั่นในแนวคิดที่เปิดออกและเปิดกว้าง ดำเนินความร่วมมือที่ชนะด้วยกัน เป็นผลที่มาจากทุกๆประเทศได้ร่วมกันรักษาระบบพหุภาคีและกลไกการค้าเสรีที่ยึดกติกาเป็นพื้นฐาน เมื่อเร็วฯ นี้ ผู้นำประเทศเอเชียหลายท่านได้กล่าวคัดค้านการกระทำฝ่ายเดียวและอนุรักษ์นิยม มุ่งหวังในการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาด้วยกันของประเทศต่างๆในภูมิภาค ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประธานอาเซียน ได้สร้างคุณปการอันสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีในภูมิภาคและความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียน ซึ่งฝ่ายจีนขอชื่นชมอย่างสูงและสนับสนุนอย่างแข็งขัน จีนมีสุภาษิตว่า ริมฝีปากพึ่งฟัน ไทยมีสุภาษิตว่า น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ประธานาธิบดีสี จิ้งผิงได้ย้ำมาหลายครั้ง ประตูการเปิดประเทศของจีนจะไม่มีทางปิด มีแต่เปิดกว้างยิ่งขึ้น เรายินดีที่จะเปิดกว้างต่อประเทศไทยและหุ้นส่วนในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมความร่วมในการพัฒนา หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และความร่วมมือเชิงรูปธรรมในทุกมิติ เพื่อพัฒนาทวีปเอเชียที่เราอยู่ด้วยกัน เป็นประชาคมทางเศษรฐกิจและร่วมอนาคตที่มีเสถียรภาพ ความรุ่งเรืองและความเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น นำทางให้การเดิบโตทางเศษรฐกิจโลกแบบเปิดกว้างก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่

Suggest To A Friend:   
Print